วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเกี่ยวกับผลกระทบของสิ่งแวดล้อม

6 ความคิดเห็น:

  1. นางสาว อัจฉรา ไทรทอง 53116603020
    สหรัฐฯ ประสบปัญหาอุณหภูมิขึ้นสูงเป็นประวัติศาสตร์


    ภาวะโลกร้อน ทำสหรัฐฯ ระอุ ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา พบอากาศร้อนขึ้นเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่มีการบันทึกสภาพอากาศมานาน 117 ปี โอไอโอ พีคสุด วัดอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดแตกต่างกันถึง 49 ต่อ 1สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศูนย์ข้อมูลสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NCDC) เผยในปีนี้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวที่สุด และฤดูร้อนปีนี้ยังร้อนเป็นอันดับที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสภาพอากาศในปี 1895
    เจค เคราช์ นักวิจัยสภาพอากาศประจำศูนย์ NCDC เปิดเผยว่า ในทางสถิติ เรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในสหรัฐฯ อุณหภูมิขณะนี้ สูงเกินค่าเฉลี่ยตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา ทั้งฤดูหนาว, ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน
    โดยปกติ สถิติอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดจะมีความสมดุลอยู่ระหว่าง 1 ต่อ 1 แต่สำหรับปีนี้ สหรัฐฯ เผชิญอุณหภูมิร้อนจัดและหนาวเย็นจัดในสัดส่วน 10 ต่อ 1 หรือมากกว่านั้นใน 25 รัฐ, 20 ต่อ 1 ใน 14 รัฐ และอีก 3 รัฐสัดส่วนแตกต่างกันถึง 40 ต่อ 1
    ขณะที่ โอไอโฮ เป็นรัฐที่มีสัดส่วนอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดแตกต่างกันถึง 49 ต่อ 1 โดยช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงขึ้นถึง 46 องศาเซลเซียส
    ปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่พุ่งประเด็นไปที่ ภาวะโลกร้อน ตามที่นักวิจัยสภาพอากาศหลายราย รวมทั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) องค์การสหประชาชาติ ตั้งสมมุติฐานไว้

    ตอบลบ
  2. นางสาว นิภาพร คูลิ้นฟ้า 53116603035
    30 ปีที่แล้ว "มาบตาพุด" เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ใน จ.ระยอง คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก จวบจนกระทั่งขุดพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รัฐบาลจึงเลือกระยองเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมีต่างๆ เนื่องจากภูมิประเทศเหมาะสมไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก โดยตั้งชื่อว่า "นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด" พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ท่าเรือน้ำลึก ระบบถนน รถไฟ ระบบส่งน้ำ ระบบโทรคมนาคม ฯลฯ ช่วงแรกที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2525 นั้นมีพื้นที่เพียง 7,000 ไร่
    5 ปีต่อมา รัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็น "เสือตัวที่ 5" ของเอเชีย (Fifth Asian Tiger) ต่อจาก "4 เสือเศรษฐกิจของเอเชีย" เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดถูกขยายให้กว้างขวางขึ้น เพื่อรองรับโรงงานใหม่จำนวนมาก จนกระทั่งปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่ เรียกกันว่า “มาบตาพุดคอมเพล็กซ์” ประกอบด้วยท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน คือ 1.นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2.นิคมอุตสาหกรรมผาแดง 3.นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย 4.นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก 5.นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล ภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ
    ภายใน "มาบตาพุดคอมเพล็กซ์" มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ร่วม 250 แห่ง เน้นผลิตปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เหล็ก โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า ฯลฯ ทำให้เกิดกากของเสียถูกปล่อยออกมาเป็นมลพิษหลากหลายรูปแบบ ชาวบ้านและชุมชนที่อาศัยอยู่ด้านในและบริเวณใกล้เคียงประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย จากผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินแม่น้ำระยอง พบคุณภาพเสื่อมโทรมลงตั้งแต่ปี 2549 มีค่าดัชนีคุณภาพน้ำเพียง 37 คะแนนจาก 100 คะแนน จนกระทั่งปัญหาเกี่ยวกับมลพิษและการขาดแคลนน้ำเริ่มสะสมจนส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน สถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิดใน อ.เมือง จ.ระยองมากกว่าอำเภออื่นๆ ถึง 5 เท่า

    ยิ่งไปกว่านั้นยังพบการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยไม่มีการลงโทษ เช่น ทิ้งขี้เถ้าถ่านหินลงทะเล หรือเอาน้ำกรดไปทิ้งลงคลอง เป็นต้น สถิติตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ระบุว่า ระยองมีปริมาณของเสียอันตรายมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ สำหรับปัญหามลพิษทางอากาศนั้น เมื่อปี 2540 นักเรียนกว่าร้อยคนของโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ล้มป่วยเพราะกลิ่นสารเคมีจากโรงงานปิโตรเคมี

    ในปี 2548 เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก มีการแย่งใช้น้ำระหว่างชุมชนกับโรงงาน และข้อมูลของกลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรมร่วมกับกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จากการเก็บตัวอย่างบริเวณมาบตาพุดตั้งแต่ปี 2545-2550 พบสารก่อมะเร็ง 55 ตัว ในจำนวนนี้มี 45 ตัวที่มีอันตรายต่ออวัยวะสำคัญของร่างกายถึง 20 จุด เช่น ตับ ไต หัวใจ ระบบประสาทส่วนกลาง และประสาท และมี 3 ตัวอันตรายรวมอยู่ด้วย คือ

    1.เบนซิน (Benzene) พบค่าเกินระดับการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในบรรยากาศของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) เขตที่ 6 ถึง 700 เท่า 2.บิวทาไดอีน (Butadiene) มีค่าเกินระดับ 265 เท่า และ 3.สารเมทิลเทอร์เชียรีบิวทิลอีเทอร์ (Methyl Tertiary Butyl Ether) ซึ่งมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา จมูก และลำคอ มีค่าเกินระดับ 232 เท่า ปัจจุบันอเมริกาประกาศยกเลิกใช้สารตัวนี้แล้ว ทุกวันนี้เครือข่ายเอ็นจีโอพยายามเคลื่อนไหวรณรงค์ให้รัฐบาลประกาศมาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เนื่องจากตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยในปัสสาวะของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบมาบตาพุด และกรมควบคุมโรคยืนยันว่าเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

    เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554 มีสาระสำคัญ 4 ข้อ คือ 1.ลดปริมาณปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม 2.ปรับปรุงคุณภาพน้ำและอากาศ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานภายใน 1 ปี 3.ประชาชนต้องได้รับการดูแล รักษา และฟื้นฟูสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม 4.ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็งมีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดได้อย่างต่อเนื่อง และ 5.การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอดคล้องศักยภาพพื้นที่





    ตอบลบ
  3. นางสาว สุนิสา สนสำโรง 53116603031


    วังทองหลางเตือนเผาขยะก่อมลพิษ ประมาทลุกลามบ้านเรือนมีโทษถึงคุก
    นายประเสริฐ อินทุโสมา ผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง กล่าวว่า ในฤดูแล้งของทุกปี จะพบปัญหาการเผาขยะ เศษวัชพืช และตอซังข้าวอยู่เป็นประจำ ประกอบกับหลังจากเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่มีขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก ประชาชนเลือกที่จะกำจัดขยะโดยวิธีการเผาไฟในที่โล่งแจ้ง ซึ่งก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ และเกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และก๊าซอื่น ๆ ที่เป็นสารก่อมะเร็ง อีกทั้งยังก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้น และอาจเกิดไฟลุกลามเผาไหม้บ้านเรือนใกล้เคียงได้อีกด้วย
    นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการควบคุมและลดมลพิษทางอากาศ ตลอดจน ป้องกันเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ เขตจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ และ ทำความเข้าใจแก่ประชาชน ชุมชน โรงเรียน เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนไม่เผาขยะในที่โล่งแจ้ง และมีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาในการป้องกันเหตุเพลิงไหม้
    หากพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนทำการเผาขยะ หญ้า จะมีความผิดพระราชบัญญัติสาธารณะสุข พ.ศ.2535 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากลุกลามสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท และหากพบเหตุไฟไหม้หญ้าโปรดแจ้งสายด่วน โทร.199

    ตอบลบ
  4. นางสาว พัชรีย์ แสงอรุณ 53116603016

    เทอร์นาโดถล่มนครนิวยอร์ก



    พายุทอร์นาโดขนาดเล็กสองลูกพัดถล่มพื้นที่รอบนอกนครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวาน สร้างความประหลาดใจแก่ชาวเมืองที่คิดว่าพายุทอร์นาโดจะเกิดเฉพาะในภูมิภาคแถบมิดเวสต์ของประเทศ
    พายุทอร์นาโด ลูกแรกพัดถล่มแถวบรีซซี่ พ้อยต์ ย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก และอีกเกือบ 7 นาที ต่อมาพายุอีกลูกพัดถล่มหมู่บ้านคานาร์ซี ริมชายหาดย่านบรู๊คลิน ซึ่งอยู่ห่างกันเกือบ 16 กม.
    แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงต้นไม้หักโค่น และกระจกร้านค้าและบ้านเรือนแตกเสียหาย กระแสลมจากพายุได้ทำให้เศษซากความเสียหายปลิวกระจาย และเกิดไฟฟ้าดับทำให้บ้านเรือนและอาคารกว่า 1,100 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้
    ศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติ รายงานว่า ทอร์นาโด มีความเร็วลมสูงถึง 177 กม./ชม. ชาวบ้านได้รับคำเตือนล่วงหน้าเพียงเกือบ 20 นาที ก่อนเกิดพายุ ปกติแล้วนครนิวยอร์กแทบจะไม่มีพายุทอร์นาโด แต่เกิดมากขึ้นช่วงหลายปีนี้
    พายุทอร์นาโดล่าสุด เกิดจากอิทธิพลของพายุ ที่จะทำให้เกิดลมกระโชกแรง ลูกเห็บและฝนตก ส่วนพื้นที่อื่นๆในรัฐนิวยอร์ก ก็เผชิญกับลมแรงและพายุฟ้าคะนอง ทำให้คอนเสิร์ตแจ๊สกลางแจ้งในเมืองอัลบานี่ต้องถูกยกเลิก นอกจากนี้ อีกหลายรัฐทางภาคตะวันออกมีพายุฝนฟ้าคะนอง เช่น ในรัฐเวอร์จิเนีย ลมกระโชกแรง และฝนตกทำให้เวทีคอนเสิร์ตแจ็สในเมืองอาร์ลิงตันพังถล่ม มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน
    นอกจากนี้ ยังเกิดคลื่นแรงจัดในแม่น้ำโปโตแมค ทำให้เรือโดยสารหนึ่งลำอัปปาง แต่ผู้โดยสารทั้ง 19 คนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย และลมกระโชกแรงยังทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นตรงสี่แยกของถนนสายหนึ่งในเมืองเดอร์แฮม รัฐนอร์ธแคโรไลน่า และสายไฟตกลงมาพาดทับรถยนต์บางคัน ทำให้การจราจรหยุดชะงักช่วงหนึ่ง

    ตอบลบ
  5. นาย ธนพล ภัทรสัจจานันท์ 531166030309

    น้ำมันรั่ว

    วันที่ 20 เมษายนเกิดอุบัติเหตุการระเบิดและเพลิงไหม้แท่นขุดเจาะ น้ำมันในอ่าวเม็กซิโกของบริษัท British Petroleum (BP) ซึ่งตั้ง อยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งเมืองพอร์ตออฟเวนิซ รัฐหลุยเซียนาไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 84 กิโลเมตรผ่านมา เป็นระยะเวลากว่า 70 วันผลกระทบจากน้ำมันรั่วก็ยัง คงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก

    เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสู่ทะเลครั้งนี้นับว่า เป็นหายนะต่อสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของโลกโดยไม่นับ รวมถึงความสูญเสียต่อเศรษฐกิจ

    การเกิดน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลหรือ Oil spill นั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุเช่นการเกิด อุบัติเหตุท่อส่งน้ำมันกลางทะเลรั่วอุบัติเหตุเรืออับปางหรือชน กันการขนถ่ายน้ำมันการถ่ายน้ำมันเครื่องการระบาย น้ำออกจากตัวเรือเป็นต้น

    การรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลในปริมาณมากหรือมี คราบน้ำมันติดค้างอยู่เป็นเวลานานโดยปราศจากการป้องกันและการบริหารจัดการจะส่งผล กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลผลกระทบ ที่จะตามมาในอนาคตคือปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งใน ระดับชุมชนถึงระดับประเทศ

    การปนเปื้อนน้ำมันก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลเนื่องจากน้ำมันบนผิวน้ำไปขัดขวางการถ่ายเทก๊าซออกซิเจนระหว่าง อากาศและน้ำทำให้เกิดน้ำเน่าเสียสัตว์น้ำ ขาดออกซิเจนและรากต้นไม้ในป่าชายเลนไม่สามารถหายใจได้จึงเป็นการทำลายระบบ นิเวศป่าชายเลน

    ผลกระทบต่อสัตว์
    สัตว์ที่ ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่สัตว์น้ำขนาดเล็กเช่นปลาแพลงตอนสัตว์ เปลือกแข็ง (เช่นกุ้งเคย krill ซึ่งมี บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหาร) นกทะเลเพนกวินนากทะเลแมวน้ำสิงโต ทะเลแต่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและมีอัตราการตายสูงมักเป็นพวกนก น้ำ

    1.ทางกายภาพ (Physical impact)
    เมื่อขนสัตว์ซึ่งปกติจะกันน้ำ (ทำให้ สัตว์ลอยน้ำได้และรักษาอุณหภูมิของร่างกาย) ถูกน้ำมัน เปื้อนจะจับกันเป็นก้อนทำให้น้ำซึมเข้าถึงผิวหนังมีผลให้ สัตว์ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้จึงหนาวตาย (เนื่องจากอุบัติเหตุเหล่านี้มักเกิดในต่างประเทศเขตหนาวเช่นแคนาดาอเมริกา เหนือหรืออาจเกิดoverheatถ้าเกิดในเขตร้อน) และอาจทำ ให้สัตว์จมน้ำตายได้นอกจากนั้นคราบน้ำมันยังอาจอุดตันจมูกปากหรือ ระคายเคืองตาได้และในภาวะดังกล่าวสัตว์ผู้ ล่าก็จะล่าสัตว์เหล่านี้ได้โดยง่าย (แต่หมายถึงได้กินอาหารที่ปน เปื้อนสารพิษ) นอกจากนี้คราบน้ำมันที่เคลือบผิวหนังจะถูกดูด ซึมเข้าสู่ร่างกายไปยับยั้งการสืบพันธ์และการเจริญเติบโตโดยเฉพาะ ไข่นกจะไม่สามารถฟักออกเป็นตัวได้

    2.การปน เปื้อนของสารพิษ(Toxic contamination)
    น้ำมันมีความเป็นพิษต่อทางเดินอาหาร (ทำให้ เกิดแผลหลุมและมีเลือดออกในทางเดินอาหาร),ตับ,ตับอ่อน,ไต (ทำลาย เนื้อเยื่อเหล่านี้อย่างรุนแรง),ปอด (ปอดบวมจากการสำลักพบได้เป็นปกติในกรณีเช่นนี้),ระบบ ประสาทส่วนกลางและมีผลระยะยาวต่อระบบสืบพันธุ์โดยน้ำมัน สามารถเข้าสู่ตัวสัตว์ได้ทั้งทางการหายใจ (ไอระเหย) ซึมผ่าน ทางผิวหนังและทางปาก (จากการปนเปื้อนในอาหารและจาก พฤติกรรมการไซร้ขนเมื่อขนเปื้อนน้ำมันจะทำให้สารที่เป็นพิษจาก น้ำมันจะเข้าสู่ตัวสัตว์ได้)

    3.ผลต่อแหล่งอาหาร (Food resource contamination)
    สัตว์น้ำที่ปนเปื้อนน้ำมันจะมีสารพิษในตัวเมื่อ สัตว์ผู้ล่ากินเข้าไปก็จะได้รับสารพิษและสัตว์ที่ปนเปื้อนมักมีกลิ่น น้ำมันทำให้ผู้ล่าไม่กินเกิดภาวะขาดอาหาร

    นอกจากนี้คราบน้ำมันยังปิดกั้นแสงสว่างที่สองลง มาสู่พื้นท้องน้ำมีผลต่อขบวนการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำน้ำมันที่ ความเข้มข้นสูงอาจทำให้สัตว์น้ำตายได้น้ำมันที่มีความหนาแน่นสูงเมื่อจม ลงสู่พื้นท้องทะเลมีผลต่อสัตว์หน้าดินแนว ปะการังและแหล่งหญ้าทะเลคราบน้ำมันเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่ ชายฝั่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนิเวศ หาดทราย

    ตอบลบ
  6. นางสาว อุษาวดี ไขสุวรรณ 53116603038

    นครศรีธรรมราช-ไฟไหม้ป่าพรุ ยังวิกฤต

    หลายหน่วยงานระดมกำลังดับไฟป่าพรุ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและเขตรอยต่อจังหวัดพัทลุง ทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน ซึ่งยังไฟกระจายลุกไหม้อยู่หลายจุด

    เจ้าหน้าที่กว่า 100 นายระดมกำลังเข้าดับไฟในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองยวน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งยังมีไฟครุกรุ่นตลอดเวลา แต่การปฏิบัติงานยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก /ขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่ง คอยเฝ้าระวังพื้นที่แรมซ่าไซต์หรือพื้นที่ชุ่มน้ำโลกแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อป้องกันไฟที่ลุกไหม้ลามเข้ามาในพื้นที่

    ส่วนสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีไฟโหมไหม้ตามแรงลม ขณะที่หลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าดับไฟที่ยังลุกไหม้อยู่หลายจุด ทั้งการขึ้นบินทำฝนหลวง การใช้เฮลิคอปเตอร์ บรรทุกน้ำหรือแบมบี้แทงค์จากคลองแพรกเมือง-ชะอวด ขึ้นโปรยน้ำเหนือแนวไฟที่กำลังลุกไหม้ รวมถึงการเข้าพื้นที่ดับไฟในภาคพื้นดิน ซึ่งวันนี้กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 กว่า 250 นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำอีก 11 คัน ลำเลียงเข้าไปร่วมปฏิบัติการดับไฟป่ากับเจ้าหน้าที่อุทยานฯและหน่วยเสือไฟของกรมป่าไม้ ขณะที่กำลังทหารอีก 1 ชุดกระจายไปดับไฟที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ ในอำเภอเชียรใหญ่ ที่กำลังถูกไฟไหม้ด้วย

    ตอบลบ